บทที่ 11 อุ้มท้อง 6

“ขอเพียงเชื่อใจข้า สิ่งที่เคยกล่าวไว้ ย่อมต้องเกิดขึ้น”

“คุณชายฟาน หมายถึงในครั้งที่เราพบกันก่อนหน้าที่ศาลเจ้า รวมถึงกลอนหวาน ๆ และภาพวาดที่ส่งให้ข้า...”

“มิผิด...หลังจากข้าทราบว่าอาเถียน...”

เขาเรียกนางย้ำเช่นนั้น ซึ่งน้ำเสียงดังกล่าวนี้ ในชาติภพก่อนไม่เคยผ่านเข้าหูไป๋ลู่เถียนเลย โลกแห่งนิยายช่างเล่นตลก ให้นางโผล่เข้ามามีชีวิตใหม่ แต่ยังไม่วายสร้างความเจ็บปวด และอารมณ์รักใคร่ ทั้งเยื้อใยบาง ๆ ที่มีให้แก่อี้ฟาน ทั้งที่เขาคือตัวร้ายฝ่ายชายที่ทั้งใต้หล้าต้องจดจำ!

“อาเถียนถูกคนรักทอดทิ้ง ฝ่ายข้าอยู่ตัวคนเดียวตั้งแต่เด็ก ก็เหมือนได้พบส่วนที่ขาดหายไป ยามนี้เราจึงเติมเต็มแก่กันและกัน”

ถ้อยคำเขาหวานปานนั้น แสดงความจริงใจก็มากล้น หากไป๋ลู่เถียน ไม่ครองสติตน นางคงหน้ามืดตามัว ลุ่มหลงปีศาจที่สวมหน้ากากเทพแห่งด้ายแดง

“น้ำใจคุณชายฟานช่างยิ่งใหญ่” นางเอ่ย และเป็นตอนนั้นที่ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ ๆ และนั่งลงข้างกันบนตั่งไม้กว้าง

ไป๋ลู่เถียนไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย ทว่าเพียงแค่นางหายใจ หน้าอกอวบสวยก็ไหวไปมา ปลายถันสีชมพูเข้มเพราะหลายวันแล้วที่ถูกดูดดุน สลับกับการขบเม้มยามนี้ตั้งชันเพิ่มไฟราคะให้ร่างกายของอี้ฟานต้องการรสสวาทจากนาง

ภาพในหัวเขาวิ่งวนไปมา เป็นใครกันที่ข่มเหงนาง ใครที่นวดเฟ้นและโลมเลียเนื้อนุ่มนิ่มที่มีกลิ่นหอม ๆ เย้ายวนนี้จนบอบช้ำ

ซึ่งในขณะหนึ่งเขาบอกตนเองว่าปรารถนาอยากขึ้นคร่อมไป๋ลู่เถียน แล้วสาดความขุ่นอันข้นเหนียวบนเรือนกายนี้ ทั้งปากนาง ยอดถันงาม และกลีบสาวในร่มผ้าจะต้องถูกเขาสำรวจและย่ำยีวันทั้งคืน

“ข้าเตรียมนารีแดงที่ผสมด้วยน้ำผึ้งมาด้วย...”

“ดื่มสุรายามนี้!?”

“มิใช่แค่สุรา มันคือเหล้ามงคลของอาเถียนกับข้า”

ไป๋ลู่เถียนแสร้งสะเทิ้นอาย พร้อมกันนั้นก็เช็ดน้ำตาของตนช้า ๆ

“สตรีมีราคี ไฉนจะได้รับโอกาสจากคุณชายฟาน”

“เรียกท่านพี่เถิด อย่างไรวันนี้เราจะอยู่ด้วยกันจนถึงรุ่งสาง”

ดวงตากลมโตมองอีกฝ่าย แล้วส่งแรงสิเน่หาร้อนแรงให้เขา

อี้ฟานจัดสุราให้นางกับเขา ก่อนที่ทั้งคู่จึงคล้องแขนกันดื่ม

“ข้าคออ่อน...”

“เยี่ยงนั้นจงจิบเพียงนิดเดียว”

“มิได้ หากนี่คือเหล้ามงคล ข้าย่อมต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์”

“ฮ่า ๆ ๆ ตามใจเจ้าเถิด เพราะนี่คือการเข้าหอของเรา”

เมื่อเขาเอ่ยจบ ไป๋ลู่เถียนก็เงียบไปเกือบหนึ่งอึดใจ ก่อนที่กลีบปากอิ่มสวยจะเผยออ้า แล้วเอ่ยว่า

“คนผู้นั้นทำให้ข้ารู้สึกรังเกียจตนเอง อีกทั้งกระทำต่อร่างกายนี้อย่างป่าเถื่อน กลิ่นกายเขานั้นติดตัวตลอด ทั้งเสียงลมหายหอบถี่ ๆ เสียงครางคร่ำครวญยังดังอยู่ในหูข้า”

ไป๋ลู่เถียนต้องการปั่นหัวอี้ฟานจึงพยายามเหลือเกินที่จะย้ำเรื่องราวในคืนนั้น พร้อมทั้งใส่สีตีไข่ให้เกินจริง!

“อาเถียนเชื่อข้าเถิด เมื่อเจ้าใกล้ชิดบุรุษผู้นี้ ความรู้สึกดั่งคนไร้เกียรติจะหายไป”

ไป๋ลู่เถียนชอบสิ่งที่อี้ฟานพูด แต่เมื่อนางมองเขา เหตุใดภาพร้าย ๆ ของชายที่ตบตีนาง และปล่อยให้ใช้ชีวิตในเรือนอย่างเงียบเหงาตามลำพังจึงได้วนมาฉายซ้ำ

ฝ่ายอี้ฟานไม่ได้สนใจว่า ไป๋ลู่เถียนจมจ่อมกับความคิดใด ยามนี้เขาจูบที่หลังเท้าเปลือยเปล่าของนางพร้อมนวดปลีน่อง

ฝ่ายนางก็ลูบไล้เนินถัน และหลุดเสียงครางกระเส่า เรียกร้องให้เขาทำในสิ่งที่ชายหญิงต้องการ

เมื่อเขาจูบหลังเท้าสวยนางหนักหน่วงขึ้น

นางก็เอ่ยกับเขา

“ท่านพี่ใช้ลิ้นเก่งไม่เบา”

ได้รับคำชมเขาก็ไม่รอช้า เดี๋ยวจูบเดี๋ยวเลีย และเม้มหนัก ๆ ด้วยเนื้อตัวนางราวกับพรมน้ำหอมชนิดพิเศษ ได้สูดกลิ่นเข้าไป และสัมผัสร่างกายเขาก็ตื่นตัว โดยเฉพาะท่อนลำแกร่งที่ยามนี้ปลายหัวหยกมันเปียกชื้น

“โปรดส่งถุงหอมให้ข้า จากนั้นต้องการทำสิ่งใด ท่านพี่ก็อย่าได้ยั้งมือ!”

มือเรียวยาวของอี้ฟานล้วงเข้าไปในถุงผ้า นอกจากถุงหอมที่ไป๋ลู่เถียน ต้องการแล้ว เขายังพบขวดยา ตลับโลหะ แล้วยังมีสิ่งที่ทำให้ต้องเทของทั้งหมดออกมาดู

“ห่วงเหล็ก...แล้วก็โซ่ ทั้งมีแส้อ่อนหนังสัตว์!” ดวงหน้างามล้ำยกยิ้มตรงมุมปาก เสียงนางก็หวานทั้งเจือการเย้าแหย่

“ท่านพี่ลองดมถุงหอมของข้าก่อนสิ แล้วจะเข้าใจว่า สตรีผู้นี้ ไฉนถึงได้พกพาของเล่นที่อยู่ในหอคณิกามาด้วย”

ท่าทางไป๋ลู่เถียนไม่ได้บ่งบอกว่าประสงค์ร้าย กระนั้นชายหนุ่มก็ถามกลับ “คิดวางยาข้าหรืออาเถียน”

“โถ ข้าตัวคนเดียวจะมีฝีมือทำสิ่งใดได้ แค่อยากให้ท่านพี่มีความสุข และข้าต้องการลืมเรื่องขมขื่นที่เกิดขึ้นในหอเซียนเมารัก”

เมื่อนางเอ่ยย้ำถึงสิ่งที่ไม่น่าฟังอีก เขาจึงนำถุงหอมมาใกล้ ๆ จมูก คราแรกกลั้นใจไว้ มิได้สูดกลิ่นเข้าไป และนางก็สังเกตเห็น

“ท่านพี่...ฟังข้าให้ดี สมุนไพรในถุงหอมจะช่วยให้เรามีความสุขมากยิ่งขึ้น”

อี้ฟานสูดกลิ่นหอม ๆ เข้าจมูก เขารู้สึกโล่ง สมองปลอดโปร่งแต่มันเกิดขึ้นเพียงไม่ถึงหนึ่งอึดใจ ด้วยเวลาต่อมา เขาพบว่ามีเสียงดังอื้ออึงสลับภาพหลอนล่องลอยอยู่รอบตัว

ฮึ...ไป๋ลู่เถียน คือนางจิ้งจอกจริง ๆ... เหตุใดเขาถึงไม่ระวังตัวให้มากกว่านี้!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป